ระเบียบมูลนิธินิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ว่าด้วยกองทุนศาสตราจารย์จิตติ ติงศภัทิย์ พ.ศ. ๒๕๓๙

—————————————

โดยที่ศาสตราจารย์จิตติ ติงศภัทิย์ ได้ปฏิบัติภารกิจรับใช้ประเทศชาติในตำแหน่งสำคัญ ๆ ด้วยความอุตสาหะ วิริยะ ซื่อสัตย์ สุจริต เปี่ยมไปด้วยคุณธรรม เป็นที่ประจักษ์กันโดยทั่วไป ท่านได้อุทิศตน ทำนุบำรุงการศึกษาวิชานิติศาสตร์ ส่งเสริมกระบวนการยุติธรรม และวิชาชีพกฎหมายมีผลงานปรากฏเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ นับได้ว่าท่านเป็นนักกฎหมายที่สำคัญของประเทศชาติ               เพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณและเป็นอนุสรณ์แห่งความดีที่ท่านได้บำเพ็ญประโยชน์แก่ประเทศชาติตลอดมา บรรดาศิษยานุศิษย์ ญาติมิตร สมาคม องค์การ และมูลนิธิต่างๆ ผู้มีจิตศรัทธาและเคารพรักในตัวท่าน  จึงได้ร่วมกันจัดตั้งกองทุนนี้ขึ้น

อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๑๗ แห่งข้อบังคับของมูลนิธินิติศาสตร์ มหาวิทยาลัย
ธรรมศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๒๖ จึงตราระเบียบไว้ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบมูลนิธินิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าด้วยกองทุนศาสตราจารย์จิตติ ติงศภัทิย์ พ.ศ. ๒๕๓๙”

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากประกาศนี้เป็นต้นไป

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกระเบียบมูลนิธินิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าด้วยกองทุนศาสตราจารย์สัญญา  ธรรมศักดิ์ และศาสตราจารย์จิตติ  ติงศภัทิย์ พ.ศ.๒๕๓๒

 

หมวด ๑

วัตถุประสงค์

ข้อ ๔ วัตถุประสงค์ของกองทุนมีดังต่อไปนี้

๔.๑ จัดสรรทุนเพื่อทำนุบำรุงการศึกษาและการวิจัยทางนิติศาสตร์ และส่งเสริมวิชาชีพกฎหมาย

๔.๒ ส่งเสริมและให้ทุนอุดหนุนการจัดพิมพ์ตำรากฎหมายและเผยแพร่วิชานิติศาสตร์

๔.๓ ส่งเสริมการพัฒนาห้องสมุดกฎหมายและการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลด้านกฎหมาย

๔.๔ ให้รางวัลแก่นักศึกษาหรือผู้ทำการศึกษาค้นคว้าทางวิชาการด้านกฎหมาย

๔.๕ ให้ทุนอุดหนุนการศึกษาและกิจกรรมอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการจะพิจารณาเห็นสมควร

 

หมวด ๒

ทุนทรัพย์ ทรัพย์สิน และการได้มาซึ่งทรัพย์สิน

ข้อ ๕ กองทุนนี้ได้จัดตั้งเป็นกองทุนรับบริจาคทั่วไป และให้นำดอกผลของทรัพย์สินของกองทุนมาจัดสรรตามวัตถุประสงค์ในข้อ ๔

ข้อ ๖ ทรัพย์สินของกองทุนมีทุนเริ่มแรกคือเงินสด จำนวน ๗๐๐,๐๐๐ บาท (เจ็ดแสนบาทถ้วน)

ข้อ ๗ กองทุนอาจได้มาซึ่งทรัพย์สิน โดยวิธีดังต่อไปนี้

๗.๑ เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้ยกให้โดยพินัยกรรมหรือนิติกรรมอื่น ๆ ที่ปราศจากหนี้สินหรือ                        ภาระติดพันแก่กองทุน

๗.๒ เงิน หรือทรัพย์สินที่มีผู้มีจิตศรัทธาอุทิศให้

 

๗.๓ ดอกผลซึ่งเกิดจากทรัพย์สินของกองทุน

๗.๔ ค่าลิขสิทธิ์และรายได้จากการพิมพ์ตำราและเอกสารต่างๆ

๗.๕ รายได้อื่นๆ

 

หมวด ๓

การดำเนินงาน

ข้อ ๘ ให้มีคณะกรรมการกองทุนคณะหนึ่งเรียกว่า คณะกรรมการกองทุนศาสตราจารย์จิตติ ติงศภัทิย์ ประกอบด้วยผู้แทนมูลนิธินิติศาสตร์ มธ. เป็นประธานกองทุน ผู้แทนคณะนิติศาสตร์ มธ. และผู้แทนสมาคมนิติศาสตร์ มธ. เป็นกรรมการกองทุน โดยตำแหน่งและบุคคลอื่นๆ อีกไม่น้อยกว่า ๓ คนเป็นกรรมการ และให้ประธานกองทุนเป็นผู้แต่งตั้ง ผู้จัดการกองทุน สำหรับตำแหน่งกรรมการกองทุน  หากมูลนิธิฯ มิได้ประกาศแต่งตั้งไว้ ให้คณะกรรมการกองทุนเป็นผู้พิจารณาแต่งตั้งตามเห็นสมควร ทั้งนี้ให้กรรมการกองทุนมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละ ๒ ปี แต่อาจได้รับแต่งตั้งใหม่อีกก็ได้

ข้อ ๙ ให้จัดสรรดอกผลของกองทุนอย่างน้อยร้อยละ ๑๐ สมทบเข้าในเงินกองทุนทุกปี จนกว่าเงินกองทุนจะมีจำนวนไม่น้อยกว่า ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท (ห้าล้านบาทถ้วน)

ข้อ ๑๐ การจัดสรรเงินตามวัตถุประสงค์ในข้อ ๔ ให้นำเฉพาะดอกผลจากทรัพย์สินของกองทุนมาใช้จ่ายเท่านั้น ทั้งนี้ภายในบังคับแห่งเงื่อนไขหรือวัตถุประสงค์ซึ่งผู้มีจิตศรัทธาอุทิศเงิน และทรัพย์สิน ให้แก่กองทุนได้กำหนดไว้

ข้อ ๑๑ ให้คณะกรรมการมีหน้าที่พิจารณาจัดสรรเงินทุนและพิจารณาให้เงินทุนอุดหนุนและคัดเลือกบุคคลผู้สมควรได้รับทุนตามความเหมาะสม

ข้อ ๑๒ ให้นำเงินกองทุนไปลงทุนในธนาคารหรือสถาบันการเงินที่มั่นคง และมีธนาคารค้ำประกัน หรือสหกรณ์ออมทรัพย์ ตามที่คณะกรรมการจะเห็นสมควร โดยให้นำระเบียบมูลนิธินิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าด้วยการเงินและการบัญชีมาใช้บังคับโดยอนุโลม

 

หมวด ๔

บทเบ็ดเตล็ด

ข้อ ๑๓ การแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบหรือการวางระเบียบเฉพาะเรื่อง ให้คณะกรรมการตามข้อ ๘ พิจารณาขอแก้ไขเพิ่มเติมต่อประธานกรรมการมูลนิธิ

ข้อ ๑๔ ให้ประธานกองทุนเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้

 

ประกาศ ณ วันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๓๙

 

 

ประภาศน์  อวยชัย

(ศาสตราจารย์ประภาศน์  อวยชัย)

ประธานมูลนิธิ

 

 

(ระเบียบนี้ออกตามมติของที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธินิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ครั้งที่ ๑/๒๕๓๙ เมื่อวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๓๙)