ความเป็นมา

                                กองทุนศาสตราจารย์สัญญา  ธรรมศักดิ์  เป็นกองทุนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อประกาศเกียรติคุณและเป็นอนุสรณ์แห่งความดีของศาสตราจารย์สัญญา  ธรรมศักดิ์  ปูชนียบุคคลของนักนิติศาสตร์  ท่านได้ประกอบคุณงามความดีรับใช้ประเทศชาติและสังคมนานัปการ  โดยเคยดำรงตำแหน่งประธานองคมนตรี นายกรัฐมนตรี ประธานศาลฎีกา  รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณบดีคณะนิติศาสตร์  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  และประธานองค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลกฯลฯ ต่อมาได้กราบถวายบังคมลาออก จากตำแหน่งประธานองคมนตรี เนื่องจากสุขภาพไม่สมบูรณ์ และขณะยังคงดำรงตำแหน่งองคมนตรีอยู่  ท่านได้ปฏิบัติงานในหน้าที่ดังกล่าว  ด้วยความวิริยะ  อุตสาหะ  ซื่อสัตย์  สุจริต  มีความกล้าหาญอันเปี่ยมด้วยคุณธรรมเป็นที่ประจักษ์โดยทั่วไป  นอกจากนั้น  ท่านยังได้อุทิศตนเพื่อการศึกษาวิชานิติศาสตร์  ส่งเสริมกระบวนการยุติธรรมและวิชาชีพกฎหมาย  ผลงานของท่านเป็นที่ปรากฏและยอมรับกันทั่วไป  ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

                   เพื่อเป็นการสืบทอดเจตนารมณ์และคุณงามความดีของศาสตราจารย์สัญญา  ธรรมศักดิ์  ดังกล่าว  ไปสู่อนุชนรุ่นหลัง  คณะกรรมการกองทุนศาสตราจารย์สัญญา  ธรรมศักดิ์  จึงได้ดำเนินกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม  และสังคมตามเจตนารมณ์และวัตถุประสงค์ของกองทุน

วัตถุประสงค์ของกองทุนศาสตราจารย์สัญญา  ธรรมศักดิ์

          ๑. จัดสรรทุนเพื่อทำนุบำรุงการศึกษาและการวิจัยทางนิติศาสตร์ และส่งเสริมวิชาชีพกฎหมาย

          ๒.  ส่งเสริมและให้ทุนอุดหนุนการจัดพิมพ์ตำรากฎหมาย  และเผยแพร่วิชานิติศาสตร์

          ๓.  ส่งเสริมการพัฒนาห้องสมุดกฎหมายและการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลด้านกฎหมาย

          ๔.  ให้รางวัลแก่นักศึกษา  หรือผู้ทำการศึกษาค้นคว้าทางวิชาการด้านกฎหมาย

          ๕.ให้ทุนอุดหนุนการศึกษาและกิจกรรมอื่นๆตามที่คณะกรรมการจะพิจารณาหรือเห็นสมควร

ระเบียบมูลนิธินิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ว่าด้วยกองทุนศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ พ.ศ. ๒๕๓๙

—————————————

โดยที่ศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ ได้ปฏิบัติภารกิจรับใช้ประเทศชาติใน

ตำแหน่งสำคัญ ๆ ด้วยความอุตสาหะ วิริยะ ซื่อสัตย์ สุจริต เปี่ยมไปด้วยคุณธรรม เป็นที่ประจักษ์กันโดยทั่วไปท่านได้อุทิศตน ทำนุบำรุงการศึกษาวิชานิติศาสตร์ ส่งเสริมกระบวนการยุติธรรม และวิชาชีพกฎหมายมีผลงานปรากฏเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ นับได้ว่าท่านเป็นนักกฎหมายที่สำคัญของประเทศชาติ เพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณและเป็นอนุสรณ์แห่งความดีที่ท่านได้บำเพ็ญประโยชน์แก่ประเทศชาติตลอดมา บรรดาศิษยานุศิษย์ ญาติมิตรสมาคม องค์การ และมูลนิธิต่างๆ ผู้มีจิตศรัทธาและเคารพรักในตัวท่านจึงได้ร่วมกันจัดตั้งกองทุนนี้ขึ้น อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๑๗ แห่งข้อบังคับของมูลนิธินิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 พ.ศ. ๒๕๒๖ จึงตราระเบียบไว้ดังต่อไปนี้

                        ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบมูลนิธินิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าด้วยกองทุนศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ พ.ศ. ๒๕๓๙”

                        ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากประกาศนี้เป็นต้นไป

                        ข้อ ๓ ให้ยกเลิกระเบียบมูลนิธินิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยกองทุนศาสตราจารย์สัญญา  ธรรมศักดิ์ และศาสตราจารย์จิตติ  ติงศภัทิย์ พ.ศ.๒๕๓๒

หมวด ๑

วัตถุประสงค์

                        ข้อ ๔ วัตถุประสงค์ของกองทุนมีดังต่อไปนี้

                                    ๔.๑ จัดสรรทุนเพื่อทำนุบำรุงการศึกษาและการวิจัยทางนิติศาสตร์และส่งเสริมวิชาชีพกฎหมาย

                                    ๔.๒ ส่งเสริมและให้ทุนอุดหนุนการจัดพิมพ์ตำรากฎหมายและเผยแพร่วิชานิติศาสตร์

                                    ๔.๓ ส่งเสริมการพัฒนาห้องสมุดกฎหมายและการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลด้านกฎหมาย

                                    ๔.๔ ให้รางวัลแก่นักศึกษาหรือผู้ทำการศึกษาค้นคว้าทางวิชาการด้านกฎหมาย

                                    ๔.๕ ให้ทุนอุดหนุนการศึกษาและกิจกรรมอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการจะพิจารณาเห็นสมควร

หมวด ๒

ทุนทรัพย์ ทรัพย์สิน และการได้มาซึ่งทรัพย์สิน

            ข้อ ๕ กองทุนนี้ได้จัดตั้งเป็นกองทุนรับบริจาคทั่วไป และให้นำดอกผลของทรัพย์สินของกองทุนมาจัดสรรตามวัตถุประสงค์ในข้อ ๔

            ข้อ ๖ ทรัพย์สินของกองทุนมีทุนเริ่มแรกคือเงินสด จำนวน ๗๐๐,๐๐๐ บาท (เจ็ดแสนบาทถ้วน)

            ข้อ ๗ กองทุนอาจได้มาซึ่งทรัพย์สิน โดยวิธีดังต่อไปนี้

            ๗.๑ เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้ยกให้โดยพินัยกรรมหรือนิติกรรมอื่น ๆ ที่ปราศจากหนี้สินหรือภาระติดพันแก่กองทุน

            ๗.๒ เงิน หรือทรัพย์สินที่มีผู้มีจิตศรัทธาอุทิศให้

            ๗.๓ ดอกผลซึ่งเกิดจากทรัพย์สินของกองทุน

            ๗.๔ ค่าลิขสิทธิ์และรายได้จากการพิมพ์ตำราและเอกสารต่างๆ

            ๗.๕ รายได้อื่นๆ

หมวด ๓

การดำเนินงาน

            ข้อ ๘ ให้มีคณะกรรมการกองทุนคณะหนึ่ง เรียกว่า คณะกรรมการกองทุนศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ ประกอบด้วยผู้แทนมูลนิธินิติศาสตร์ มธ. เป็นประธานกองทุน ผู้แทนคณะนิติศาสตร์ มธ. และผู้แทนสมาคมนิติศาสตร์ เป็นกรรมการกองทุนโดยตำแหน่งและบุคคลอื่นๆ อีกไม่น้อยกว่า ๓ คนเป็นกรรมการ และให้ประธานกองทุนเป็นผู้แต่งตั้ง ผู้จัดการกองทุน สำหรับตำแหน่งกรรมการกองทุนหากมูลนิธิฯ มิได้ประกาศแต่งตั้งไว้ให้คณะกรรมการกองทุนเป็นผู้พิจารณาแต่งตั้งตามเห็นสมควร ทั้งนี้ให้กรรมการกองทุนมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละ ๒ ปี แต่อาจได้รับแต่งตั้งใหม่อีกก็ได้

            ข้อ ๙ ให้จัดสรรดอกผลของกองทุนอย่างน้อยร้อยละ ๑๐ สมทบเข้าในเงินกองทุนทุกปี จนกว่าเงินกองทุนจะมีจำนวนไม่น้อยกว่า ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท (ห้าล้านบาทถ้วน)

            ข้อ ๑๐ การจัดสรรเงินตามวัตถุประสงค์ในข้อ ๔ ให้นำเฉพาะดอกผลจากทรัพย์สินของกองทุนมาใช้จ่ายเท่านั้น ทั้งนี้ภายในบังคับแห่งเงื่อนไขหรือวัตถุประสงค์ซึ่งผู้มีจิตศรัทธาอุทิศเงิน และทรัพย์สิน ให้แก่กองทุนได้กำหนดไว้

            ข้อ ๑๑ ให้คณะกรรมการมีหน้าที่พิจารณาจัดสรรเงินทุนและพิจารณาให้เงินทุนอุดหนุนและคัดเลือกบุคคลผู้สมควรได้รับทุนตามความเหมาะสม

            ข้อ ๑๒ ให้นำเงินกองทุนไปลงทุนในธนาคารหรือสถาบันการเงินที่มั่นคง และมีธนาคาร ค้ำประกัน หรือสหกรณ์ออมทรัพย์ ตามที่คณะกรรมการจะเห็นสมควร โดยให้นำระเบียบมูลนิธินิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าด้วยการเงินและการบัญชีมาใช้บังคับโดยอนุโลม

หมวด ๔

บทเบ็ดเตล็ด

            ข้อ ๑๓ การแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบหรือการวางระเบียบเฉพาะเรื่อง ให้คณะกรรมการตามข้อ ๘ พิจารณาขอแก้ไขเพิ่มเติม ต่อประธานกรรมการมูลนิธิ

            ข้อ ๑๔ ให้ประธานกองทุนเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้

                                                            ประกาศ ณ วันที่ ๕ เมษายน ๒๕๓๙

         (ลงชื่อ) ประภาศน์  อวยชัย

                                                                         (ศาสตราจารย์ประภาศน์  อวยชัย)

                                                                                        ประธานมูลนิธิ

(ระเบียบนี้ออกตามมติที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธินิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ครั้งที่ ๑/๒๕๓๙ เมื่อวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๓๙)