ในการศึกษาวิชากฎหมาย นอกจากความรู้ในเนื้อหาของกฎหมายที่ถูกต้องแม่นยำแล้ว ความสามารถในการนำเอาเนื้อหากฎหมายที่ได้ศึกษามาปรับใช้กับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นนั้น ถือเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยพัฒนาทักษะของนักศึกษากฎหมายให้พร้อมสำหรับการประกอบวิชาชีพกฎหมายต่อไปในอนาคต เพื่อเป็นการส่งเสริมให้นักศึกษาของคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้มีโอกาสพัฒนาทักษะในการนำเอาข้อกฎหมายไปปรับใช้กับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยใช้รูปแบบของคดีพิพาทในชั้นศาล ศูนย์นิติศาสตร์ จึงได้จัดให้มีการแข่งขันโต้เถียงปัญหาทางกฎหมายโดยการแถลงการณ์ด้วยวาจาในชั้นอุทธรณ์ขึ้นเป็นประจำทุกปี

กิจกรรมการแข่งขันแถลงการณ์ด้วยวาจาในชั้นอุทธรณ์

การแข่งขันแถลงการณ์ด้วยวาจา เป็นกิจกรรมในลักษณะของศาลจำลองประเภทหนึ่ง แต่มีความแตกต่างจากกิจกรรมศาลจำลองทั่วไปที่เป็นลักษณะของการแสดงบทบาทสมมติให้ผู้คนได้รับทราบถึงการดำเนินคดีในชั้นศาลเป็นสำคัญ หากแต่กิจกรรมศาลจำลองในลักษณะของการแถลงการณ์ด้วยวาจาในชั้นศาลอุทธรณ์นี้ มีลักษณะเป็นการโต้เถียงปัญหาทางกฎหมายระหว่างคู่แข่งขันทั้งสองฝ่าย เพื่อให้กรรมการตัดสินว่า ฝ่ายใดที่สามารถให้เหตุผลทางกฎหมายในปัญหาที่ตั้งขึ้นได้ดีกว่ากัน โดยกระบวนการที่ใช้ในการโต้เถียงปัญหานั้น จะเป็นการสมมติบทบาทให้ทั้งสองฝ่ายเป็นคู่กรณีในคดีพิพาทซึ่งมีการตัดสินไปแล้วโดยศาลชั้นต้น และคู่กรณีไม่พอใจในเหตุผลของคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จึงได้อุทธรณ์เพื่อโต้แย้งคำพิพากษาดังกล่าว และขออนุญาตศาลแถลงการณ์ด้วยวาจา เพื่อประกอบการพิจารณาตัดสินคดีของศาลอุทธรณ์ตามมาตรา 241 ของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ซึ่งผู้เข้าแข่งขันจะต้องค้นคว้าข้อมูลในทางกฎหมาย มาใช้สนับสนุนข้อกล่าวอ้างของตน เพื่อโน้มน้าวให้ศาลในชั้นอุทธรณ์นั้นเห็นคล้อยตาม

ประโยชน์ของการแข่งขันแถลงการณ์ด้วยวาจาในชั้นอุทธรณ์

การแข่งขันแถลงการณ์ด้วยวาจาในชั้นอุทธรณ์เป็นกิจกรรมที่สามารถฝึกฝนนักศึกษากฎหมายในทักษะหลายประการ ได้แก่

  • ทักษะการคิดวิเคราะห์ประเด็นข้อพิพาททางกฎหมาย แม้นักศึกษากฎหมายจะได้เคยทำข้อสอบ อุทธาหรณ์ในวิชากฎหมายในทุกวิชาที่เคยเรียนมา แต่สำหรับปัญหาที่นำมาเป็นคำถามในการแถลงการณ์ด้วยวาจาในชั้นศาลอุทธรณ์นั้น มักเป็นการพิพาทในประเด็นที่เป็นความเห็นทางกฎหมาย ซึ่งนักศึกษาจะต้องอาศัยการคิด วิเคราะห์ที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าการตอบข้อสอบทั่วไป
  • ทักษะการค้นคว้าข้อมูล เนื่องจากการแข่งขันแถลงการณ์ด้วยวาจาในชั้นศาลอุทธรณ์ จะต้องมีการยกเหตุผลโดยเฉพาะในข้อกฎหมาย ซึ่งจะต้องอาศัยเหตุผลทั้งจากคำพิพากษาฎีกา หนังสือและเอกสารทางวิชาการ ความเห็นจากนักกฎหมายให้มากที่สุด เพื่อสร้างข้อโต้เถียงที่่มีน้ำหนักที่เหมาะสมกับข้อเท็จจริงของโจทย์ และสามารถโน้มน้าวให้กรรมการซึ่งปฏิบัติหน้าที่เป็นศาลเห็นด้วยกับข้อกล่าวอ้างของฝ่ายตน ผู้เข้าแข่งขันจึงต้องอาศัยทักษะค้นคว้าข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่างๆ และความสามารถในการทำความเข้าใจ เปรียบเทียบและต่อยอดประเด็นที่หลากหลายด้วย
  • ทักษะการเขียน ถึงแม้ในการแข่งขันแถลงการณ์ด้วยวาจาในชั้นศาลอุทธรณ์ครั้งนี้จะไม่ได้เรียกร้องให้นักศึกษาต้องเขียน คำฟ้องฉบับเต็ม แต่การสรุปประเด็นและอ้างอิงเอกสารทางกฎหมายต่างๆ จะช่วยทำให้กรรมการสามารถประเมินทักษะของนักศึกษาผู้เข้าร่วมแข่งขันได้ รวมถึงช่วยให้ทีมฝ่ายตรงข้ามทำความเข้าใจประเด็นข้อโต้เถียง สามารถโต้แย้งกันได้อย่างถูกประเด็น และพัฒนาข้อโต้แย้งทางกฎหมายในระดับสูงได้
  • ทักษะการพูด สิ่งที่สำคัญนอกจากความหนักแน่นของเหตุผลและหลักกฎหมายแล้ว ผู้เข้าแข่งขันยังต้องมีทักษะในการพูด ทั้งในเรื่องของน้ำเสียง ความชัดเจน การลำดับเรื่อง การอ้างอิงและยกตัวอย่าง เพื่อให้กรรมการและฝ่ายตรงข้ามสามารถเข้าใจในสิ่งที่ผู้เข้าแข่งขันสื่อออกมาได้เป็นอย่างดี
  • บุคลิกและมารยาทในกระบวนพิจารณาความ จากการที่การแข่งขันกำหนดให้ผู้เข้าแข่งขันต้องรับบทบาทเป็นคู่กรณีที่เกี่ยวข้องในกระบวนการชั้นศาลด้วย ไม่ว่าจะเป็นทนายความ หรืออัยการ

Hits: 654