ประเทศไทยมีการปฏิรูประบบกฎหมายครั้งสำคัญยิ่งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในครั้งนั้นได้เกิดแนวคิดในการจัดตั้งโรงเรียนกฎหมายขึ้นโดยมี เมอร์ซิเออ กุสตาฟ โรแลง ยัคแมงค์ หรือพระยาราชาสยามมานุกูลกิจ ดุษฎีบัณฑิตด้านกฎหมายจากประเทศเบลเยี่ยม ซึ่งดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาราชการแผ่นดินไทยเป็นผู้ถวายคำแนะนำ ต่อมาเมื่อพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ทรงสำเร็จการศึกษาด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด สหราชอาณาจักร จึงได้ทรงจัดตั้งโรงเรียนกฎหมาย กระทรวงยุติธรรมขึ้นอย่างไม่เป็นทางการเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2440 

พ.ศ. 2453 พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ได้ทรงลาออกจากตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงยุติธรรม ขณะนั้นโรงเรียนกฎหมายมีสภาเนติบัณฑิตเป็นบริหารกิจการ

พ.ศ. 2454 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้มีพระราชหัตถเลขาเพื่อมีบรมราชานุญาตและทรงให้มีราชดำริให้ที่ปรึกษาเสนาบดีกระทรวงกลาโหม ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดการโรงเรียนกฎหมายให้เป็นโรงเรียนในระดับอุดมศึกษา ซึ่งต่อมาได้มีพระบรมราชโองการประกาศให้โรงเรียนกฎหมายเป็นโรงเรียนหลวงสังกัดกระทรวงยุติธรรม เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2454 และให้เสนาบดีกระทรวงยุติธรรมเป็นผู้รับผิดชอบ

พ.ศ. 2456 พระบาทสมเด็จฯ พระมงกุฎเหล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระบรมวินิจฉัยในเรื่องการเปลี่ยนแปลงระบบการเรียนการสอนและหลักสูตรของโรงเรียนกฎหมายเพื่อให้สอดคล้องกับระบบกฎหมายแบบซิวิลลอว์ โดยใช้วิธีการส่งนักเรียนไปศึกษาต่อ ณ ต่างประเทศ และปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนของโรงเรียนกฎหมายจึงสามารถทำให้การจัดสรรอิทธิพลทางกฎหมายของอังกฤษและฝรั่งเศสได้ลงตัว

พ.ศ. 2469 ราวเดือนพฤษภาคม ได้มีการย้ายโรงเรียนกฎหมายและที่ทำงานสภานิติศึกษา ตลอดจนเนติบัณฑิตยสภาไปตั้งที่ตึกบริเวณเชิงสะพานผ่านฟ้าลีลา ซึ่งได้เช่าตึกดังกล่าวจากพระคลังข้างที่ ซึ่งปัจจุบันคือกรมประชาสัมพันธ์

พ.ศ. 2477 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวได้มีพระบรมราชโองการให้โอนโรงเรียนกฎหมายกระทรวงยุติธรรมไปสังกัดอยู่ในจุฬาลงกรณ์มหาวิยาลัย และจากนั้นได้มีการตราพระราชบัญญัติจัดตั้งมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์ และการเมือง และให้โอนการเรียนการสอนกฎหมายมารวมอยู่ในมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง โดยมีศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์ เป็นผู้ประศาสน์การ

พ.ศ. 2492 ระบบการศึกษาของมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง ซึ่งเดิมในขณะนั้นมีหลักสูตรการศึกษาชั้นปริญญาตรีธรรมศาสตรบัณฑิตหลักสูตรเดียวและมีวิชากฎหมายเป็นหนึ่งในวิชาหลัก ต่อมาได้มีการเปลี่ยนแปลง โดยแบ่งการเรียนการสอนออกเป็น 4 คณะ ชื่อของคณะนิติศาสตร์จึงได้ปรากฏขึ้นในปีนี้เอง

พ.ศ. 2503 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ออกข้อบังคับว่าด้วยการศึกษาชั้นปริญญาตรีขึ้นใหม่ โดยกำหนดให้มีการสอบคัดเลือกผู้สมัครเข้าศึกษาและจำกัดจำนวนผู้เข้าศึกษา ซึ่งแต่เดิมการศึกษาในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทุกคณะจะไม่มีการสอบคัดเลือก ไม่จำกัดจำนวนผู้เข้าศึกษา และเวลาในการศึกษา

พ.ศ. 2505 มหาวิทยาลัยพิจารณาเห็นว่านักศึกษาความมีความรู้พื้นฐานเป็นอย่างดีสำหรับการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยจึงกำหนดข้องบังคับให้นักศึกษาทุกคณะต้องศึกษาวิชาพื้นฐานของมหาวิทยาลัยในชั้นปีที่ 1 แล้วจึงศึกษาวิชาเฉพาะของแต่ละคณะในปีต่อไป

พ.ศ. 2529 เดิมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นมหาวิทยาลัยทางด้านสังคมศาสตร์ ปีนี้เป็นปีแรกที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้เริ่มขยายการเรียนการสอนไปสู่ด้านวิทยาศาสตร์โดยเกิดคณะทางด้านวิทยาศาสตร์ขึ้น ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และจัดการเรียนการสอนนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ทั้งหมดที่ศูนย์รังสิต

พ.ศ. 2546 คณะนิติศาสตร์ได้เปิดสอนหลักสูตรชั้นปริญญาตรีนิติศาสตร์ ภาคบัณฑิต ขึ้น ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง และดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงปีการศึกษา 2550 จึงได้ยุติการรับนักศึกษาลง

พ.ศ. 2549 ตามมติสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ได้ทำการย้ายการเรียนการสอนหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต ภาคปกติ ทั้ง 4 ชั้นปีมาทำการเรียนการสอน ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต โดยสมบูรณ์ นักศึกษาที่เข้าศึกษาคณะนิติศาสตร์ตั้งแต่ปีการศึกษา 2549 เป็นต้นไป จะศึกษาอยู่ที่ศูนย์รังสิตตลอดหลักสูตรทั้ง 4 ปี

พ.ศ. 2557 คณะนิติศาสตร์ได้เปิดสอนหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต สาขากฎหมายธุรกิจ (หลักสูตรนานาชาติ) โดยจัดการเรียนการสอน ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

 

 

Hits: 1510