ไพโรจน์ (2)ศาสตราจารย์ไพโรจน์ เกิด ณ บ้านถนนอนุวงษ์ อำเภอจักรวรรดิ์ กรุงเทพ เมื่อวันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2454 เป็นบุตรของพระยาอุภัยพิพากษา (เกลื่อน ชัยนาม) และคุณหญิงอุภัย พิพากษา (จันทร์ ชัยนาม) ในครั้งที่ศาสตราจารย์ไพโรจน์เกิด ท่านบิดาได้แต่งโครงให้พรไว้ว่า

ศุกระปักษ์สิบห้า คุรุวาร
จิตรมาสสุกรกาล เกิดเช้า
ห้าโมงกับอีกฐาน แถมเศษ สามแฮ
ลูกชื่อไพโรจน์เจ้า จุ่งได้สุขเกษม

ศาสตราจารย์ไพโรจน์มีพี่ร่วมมารดา 1 คน คือ นายดิเรก ชัยนาม ม.ป.ช., ม.ว.ม., ท.จ.ว., และมีพี่และน้องร่วมบิดาอีก 6 คน คือ

  1. พี่ นางแม้น ลิ้มปินันท์ อุไทยราชธานี (ถึงแก่กรรม)
  2. พี่ พันตำรวจเอกนิรันดร ชัยนาม (ถึงแก่อนิจกรรม) อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่
  3. น้อง นางประเทือง คูสมิธ (ถึงแก่กรรม)
  4. น้อง พลอากาศโทอุส่าห์ ชัยนาม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม
  5. น้อง นายโอภาส ชัยนาม (ถึงแก่กรรม) อดีตเอกอัครราชฑูต ณ กรุงลากอส ประเทศไนจีเรีย
  6. น้อง คุณหญิงสุภางค์ อังคณารักษ์ ภริยา ดร. วิญญู อังคณารักษ์ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย

ศาสตราจารย์ไพโรจน์มงคลสมรสกับนางสาวบรรเลง กันะบุตร (คุณหญิงบรรเลง ชัยนาม ต.จ., ต.ม. ถึงแก่อนิจกรรม เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2532) บุตรพระยาราชวรัยการ (บู่ กันตะบุตร) และคุณหญิงบุญรอด ราชวลัยการ เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2474 ณ จังหวัดลำปาง มีบุตรชาย 5 คน คือ

  1. ดร. ศุภศิลป ชัยนาม
  2. นายศรีสวัสดิ์ ชัยนาม สมรสกับนางสาวมาเรีย มัลเลดด์
  3. นายอัษฎา ชัยนาม สมรสกับนางสาวอรสา สถาปิตานนท์
  4. นายอภิพงศ์ ชัยนาม สมรสกับนางสาวสุชาดา โมกขะเวส
  5. นายสุรพงษ์ ชัยนาม สมรสกับนางสาวณัฐวิภา อินทวงศ์

ศาสตราจารย์ไพโรจน์เป็นคนมีร่างกายแข็งแรง แต่มีโรคประจำตัวอยู่ คือ เบาหวาน หลังจากที่คุณหญิงบรรเลง ชัยนาม ได้ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อปี พ.ศ. 2532 แล้ว สุขภาพของท่านเริ่มทรุดลง ได้มารับการตรวจรักษาที่โรงพญาบาลนับตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ.2535 เป็นต้นมา มีอาการบวมที่ขาทั้งสองข้าง พบเป็นโรคไตวาย และเริ่มมีปัญหาหัวใจล้มเหลวร่วมด้วย ได้รักษาตัวครั้งสุดท้ายที่โรงพยาบาลฯ ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2537 ด้วยอาการไตวาย อาการไม่ดีขึ้น และถึงแก่อนิจกรรมด้วยอาการสงบด้วยโรคหัวใจล้มเหลวเมื่อวันจันทร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2537 สิริรวมอายุได้ 82 ปี 11 เดือน และ 22 วัน

ศาสตราจารย์ไพโรจน์เข้าศึกษาที่โรงเรียนประถมวัดจักรวรรดิ์ (วัดสามปลื้ม) ตั้งแต่เมื่ออายุประมาณ 6 ขวบ จากนั้นศึกษาชั้นมัยมศึกษา และชั้นเตรียมอุดมศึกษาที่โรงเรียนอัสสัมชัญ (บางรัก) และ ศึกษาที่โรงเรียนกฎหมาย กระทรวงยุติธรรม สอบได้ภาค 1 และภาค 2 เป็นเนติบัณฑิตไทยในปี พ.ศ. 2474 ขณะมีอายุเพียง 20 ปี และได้รับประกาศนียบัตรเป็นสามัญสมาชิกของเนติบัณฑิตสภาเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2475

ในระหว่างที่ศึกษาวิชากฎหมายอยู่นั้น ศาสตราจารย์ไพโรจน์ได้สมัครเป็นผู้ช่วยล่ามอาจารย์ชาวฝรั่งเศสของโรงเรียนกฎหมายในขณะนั้น โดยเฉพาะอาจารย์ ดร.เอกูส์ และอาจารย์ ดร.เรโวส์ โดยมีอดีตนักเรียนโรงเรียนอัสสัมชันรุ่นอาวุโสเป็นหัวน้าคือ นายวิจิตร ลุลิตา และ ดร. เสริม วินิจฉัยกุล

ขณะดำรงตำแหน่งเป็นปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ศาสตราจารย์ไพโรจน์ได้เข้าศึกษา ณ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ในปีการศึกษา 2504 – 2505 จบการศึกษารุ่นที่ 4 (วปอ.4)

หลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อปี 2475 แล้ว ศาสตราจารย์ไพโรจน์ได้เข้ารับราชการในกรมเลขาธิการคณะกรรมการราษฎรและสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรตามลำดับ ต่อมาได้ย้ายไปรับราชการในกองการโฆษณาซึ่งตั้งขึ้นใหม่เมื่อต้นปี พ.ศ. 2476 โดยได้รับตำแหน่งเป็นหัวหน้าแผนกปาฐกถา สำนักงานโฆษณาการและได้รับการเลื่อนตำแหน่งต่างๆ ดังนี้

• มกราคม พ.ศ. 2484 รักษาการในตำแหน่งอธิบดีกรมโฆษณาการ

• เมษายน พ.ศ. 2483 ผู้ช่วยอธิบดีกรมโฆษณาการ (ปัจจุบันคือกรมประชาสัมพันธ์) สำนักนายกรัฐมนตรี

• กรกฎาคม พ.ศ. 2482 เลื่อนเป็นชั้นเอก หัวหน้ากองเผยแพร่ความรู้

• สิงหาคม พ.ศ. 2481 เลขานุการกรรมการ สำนักงานโฆษณาการ

• 13 มีนาคม พ.ศ. 2484 เลื่อนเป็นข้าราชการชั้นพิเศษ

• 18 มีนาคม พ.ศ. 2484 อธิบดีกรมโฆษณาการ สำนักนายกรัฐมนตรี

• 24 พฤษภาคม – 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2489 เลขาธิการพฤฒสภา

• 1 มกราคม พ.ศ. 2490 กลับไปรับราชการเป็นอธิบดีกรมโฆษณาการอีกครั้งหนึ่ง

• 1 มิถุนายน พ.ศ. 2490 โอนมารับราชการในกระทรวงการต่างประเทศ

• 31 มีนาคม พ.ศ. 2491 อธิบดีกรมพิธีการ (กรมพิธีการฑูตในปัจจุบัน)

• พ.ศ. 2493 อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย

• พ.ศ. 2495 รัฐฑูตวิสามัญและอัครราชฑูตผู้มีอำนาจเต็มประจำอิตาลี

• พ.ศ. 2497 รัฐฑูตวิสามัญและอัครราชฑูตผู้มีอำนาจเต็มประจำอิสราเอลอีกตำแหน่งหนึ่ง

• พ.ศ. 2499 – 2504 เอกอัครราชฑูต ณ กรุงโรม (อิตาลี)

• พ.ศ. 2502 – 2504 เอกอัครราชฑูต ณ กรุงเอเธนส์ (กรีก) อีกตำแหน่งหนึ่ง

• พ.ศ. 2503 – 2504 เอกอัครราชฑูต ณ กรุงเยรูซาเลม (อิสราเอล)อีกตำแหน่งหนึ่ง

• เมษายน พ.ศ. 2504 เอกอัครราชฑูตประจำกระทรวงการต่างประเทศ

• 26 มิถุนายน พ.ศ. 2504 รักษาการในตำแหน่งปลัดกระทรวงการต่างประเทศ

• 2 มกราคม พ.ศ. 2505 – 2510 ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ

• พ.ศ. 2510 – 2512 เอกอัครราชฑูต ณ กรุงเฮก (เนเธอร์แลนด์) กรุงบลัสเซลส์ (เบลเยี่ยม) และราชรัฐลักเซมเบอร์ก หัวหน้าคณะผู้แทนไทย ประจำประชาคมเศรษฐกิจยุโรป

• พ.ศ. 2512 – 2514 เอกอัครราชฑูต ณ กรุงปารีส (ฝรั่งเศส) และกรุงลิสบอน (โปรตุเกส)

ไพโรจน์

ศาสตราจารย์ไพโรจน์ได้เป็นผู้บรรยายพิเศษของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมืองและปฏิบัติราชการพิเศษอื่น โดยมีรายละเอียด ดังนี้

• พ.ศ. 2478 – 2495 เป็นผู้บรรยายลักษณะวิชากฎมายรัฐธรรมนูญ (ปริญญาตรี)

• พ.ศ. 2490 – 2491 เป็นบรรณาธิการหนังสือนิติสาส์นซึ่งเป็นหนังสือในทางวิชาการของมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง

• พ.ศ. 2494 – 2495 เป็นผู้บรรยายลักษณะวิชาสนธิสัญญากับนานาประเทศ(ปริญญาโททางการฑูต)

• พ.ศ. 2507 โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นศาสตราจารย์พิเศษแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

• พ.ศ. 2506 – 2509 เป็นผู้บรรยายลักษณะวิชาขนบธรรมเนียมในทางการฑูต(ปริญญาตรี) ในคณะรัฐศาสตร์ มธ.

• พ.ศ. 2508 – 2509 เป็นผู้บรรยายลักษณะวิชาขนบธรรมเนียมในทางการฑูตและพิธีการ (ปริญญาตรี) คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

• พ.ศ. 2514 – 2533 เป็นผู้บรรยายลักษณะวิชากฎหมายรัฐธรรมนูญในระดับปริญญาตรีและปริญญาโท

• พ.ศ. 2520 – 2521 ดำรงตำแหน่งเป็นคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

• พ.ศ. 2486 (11 ก.ค. – 25 ส.ค.) เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยเยือนประเทศญี่ปุ่นและ แมนจูกัวอย่างเป็นทางการ ในฐานะอธิบดีกรมโฆษณาการตามคำเชิญของรัฐบาลทั้งสอง

• พ.ศ. 2493 – 2495 ประธานคนแรกของคณะกรรมการบริหารของมูลนิธิการศึกษาไทย – อเมริกัน (มูลนิธิฟุลไบรท์)

• พ.ศ. 2492 ผู้แทนไทยในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยที่ 4 ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

• พ.ศ. 2492 ผู้แทนไทยในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยที่ 6 ณ กรุงปารีส ฝรั่งเศส

• พ.ศ. 2500 – 2502 ผู้แทนไทยในการประชุมใหญ่ขององค์การอาหารและเกษตร (FAO) สมัยที่ 7, 8, 9 และ 10 ที่กรุงโรม อิตาลี

• พ.ศ. 2503 เป็นเอกอัครราชฑูตพิเศษ ผู้แทนรัฐบาลไทยไปร่วมฉลองเอกราชของสาธารณรัฐมาลากาซี (29 กรกฎาคม – 3 สิงหาคม พ.ศ. 2503)

• พ.ศ. 2506 เยือนสาธรณรัฐจีนอย่างเป็นทางการในฐานะปลัดกระทรวงการต่างประเทศ (19 – 25 เมษายน พ.ศ. 2506)

• พ.ศ. 2507 อ.ก.พ. วิสามัญเกี่ยวกับนักเรียนไทยในต่างประเทศ

• พ.ศ. 2505 กรรมการพิจารณาสถานที่สร้างรัฐสภาและสำนักงานเลขาธิการรัฐสภา

• พ.ศ. 2507 เป็นเอกอัครราชฑูตพิเศษ ผู้แทนรัฐบาลไทยไปเข้าร่วมพิธีเข้ารับตำแหน่งของประธานาธิบดีปัก จุง ฮี แหล่งสาธารณรัฐเกาหลี

• พ.ศ. 2508 ผู้แทนไทยในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยที่ 19 ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

• พ.ศ. 2509 อ.ก.ม. วิสามัญพิจารณาคุณวุฒิ

• พ.ศ. 2509 ประธานกรรมการคณะกรรมการอำนวยการศึกษาและฝึกอบรมข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ

• พ.ศ. 2509 หัวหน้าคณะฑูตสันถวไมตรีไทยไปเยือนสาธารณรัฐไอวอรี่โคสต์ โตโกดาโฮเม ไลบิเรีย เซเนกัล ละทูนิเซีย สำหรับที่ประเทศไอวอรี่โคสต์นี้ยังเป็นการไปร่วมฉลองครบ 6 ปี แห่งการประกาศเอกราช ณ กรุง อาบิจันด้วย

• พ.ศ. 2509 ร่วมเดินทางไปเยือนสหภาพพม่ากับคณะของจอมพลถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 10 – 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2509

• พ.ศ. 2516 – 2519 สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

• พ.ศ. 2516 – 2537 สมาชิกหมู่ประจำชาติไทยในศาลประจำอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ ณ กรุงเฮก

• พ.ศ. 2517 ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2517

• พ.ศ. 2517 เป็นผู้แทนอยู่ในคณะผู้แทนไทยไปประชุมสหภาพรัฐสภาที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

• พ.ศ. 2518 เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยไปร่วมประชุมรัฐสภาของกลุ่มประเทศอาเซียน ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย

• พ.ศ. 2518 – 2519 ตุลาการรัฐธรรมนูญโดยรัฐสภาเป็นผู้ลงคะแนนเลือก

• พ.ศ. 2518 – 2522 นายกสมาคมฝรั่งเศสในประเทศไทย(ALLIANCE FRANCAISE)

• พ.ศ. 2520 – 2522 สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

• พ.ศ. 2526 – 2530 นายกสมาคมกฎหมายมหาชนแห่งประเทศไทย

• พ.ศ. 2527 – 2537 กรรมการพิเศษเพื่อพิจารณาปัญหากฎหมายหมายเกี่ยวกับอนุสัญญาต่างๆ

• พ.ศ. 2532 – 2534 ตุลาการรัฐธรรมนูญ โดยรัฐสภาเป็นผู้ลงคะแนนเลือก

ศาสตราจารย์ไพโรจน์ยังได้รับพระราชทานปริญญารัฐศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ทางการฑูต และปริญญานิติศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2509 และเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2526 ตามลำดับ

ในโอกาสคล้ายวันสถาปนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ครบรอบปีที่ 56 เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2533 ศาสตราจารย์ไพโรจน์ได้รับมอบเข็มเกียรติยศในฐานะที่เป็นศิษย์เก่าผู้สร้างชื่อเสียงแก่มหาวิทยาลัยในด้านวิชาการจนเป็นที่ยอมรับในวงการกฎหมายระหว่างประเทศ กฎหมายมหาชน และกฎหมายรัฐธรรมนูญ

Hits: 43