โครงการอบรม

โครงการอบรมหลักสูตร Cyber Law: Data Protection and Cybercrime

ณ โรงแรมนารายณ์ กรุงเทพ

เวลา 9.00 – 16.00 น.

ในโลกออนไลน์ ผู้ที่ใช้งานอาจไม่ได้แสดงตัวตนที่แท้จริงในการแสดงความคิดเห็น หรือนำข้อมูลหรือเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ เช่น การโพสต์ข้อมูลปลอมถึงโรคระบาดที่ไม่มีอยู่จริง หรือการโพสต์ภาพของผู้อื่นที่เกิดจากการตัดต่อ นอกจากนี้ยังมีกรณีที่แฮกเกอร์เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยไม่ชอบ เช่น การปล่อยไวรัสหรือมัลแวร์ การเข้าไปในระบบคอมพิวเตอร์ขององค์กรหรือบริษัทเพื่อแก้ไขข้อมูล การเข้าไปในระบบอีเมลของผู้อื่นเพื่อเจาะข้อมูลบางอย่าง หรือการเข้าไปทำให้ระบบคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่นไม่สามารถใช้งานได้ การกระทำดังกล่าวทำให้บุคคลอื่นหรือประชาชนเกิดความตื่นตระหนกหรือได้รับความเดือดร้อนเสียหาย ผู้ประกอบการที่ใช้ระบบการส่งอีเมลให้กับลูกค้าเพื่อประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์หรือบริการของตนโดยลูกค้าไม่ประสงค์จะรับก็เป็นการสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับประชาชนเช่นกัน เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการใช้งานระบบคอมพิวเตอร์โดยไม่ชอบ ปัจจุบันได้มีการตรากฎหมายเพื่อป้องกันและลงโทษผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับ อันได้แก่ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562

นอกเหนือจากการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในระบบคอมพิวเตอร์แล้ว ประเด็นทางกฎหมายอีกเรื่องหนึ่งที่ประชาชนและผู้ประกอบธุรกิจต้องให้ความสำคัญคือเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลต่าง ๆ ของผู้ใช้งานถูกจัดเก็บผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ตโดยผู้ให้บริการ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลที่ผู้ใช้งานตั้งใจจะให้เมื่อผู้ใช้งานสมัครใช้บริการต่าง ๆ เช่น ข้อมูลอีเมล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ อายุ หรือที่อยู่ หรือข้อมูลที่ผู้ใช้งานไม่ได้ตั้งใจให้ข้อมูล เช่น การจัดเก็บ Cookie รายการการเข้าเว็บไซต์ของผู้ใช้ การกดไลค์ในแอพพลิเคชั่น ผู้ที่เก็บข้อมูลสามารถนำข้อมูลที่ได้เพื่อวิเคราะห์หาลักษณะ (Profiling) ของผู้ใช้คนนั้น เพื่อนำเสนอบริการที่เหมาะสมและตอบสนองกับความต้องการของผู้ใช้ให้มากที่สุด รวมทั้งอาจส่งต่อข้อมูลที่มีอยู่ให้กับบุคคลอื่นโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เช่น การขายหมายเลขโทรศัพท์หรืออีเมลให้กับบริษัทประกันภัยเพื่อให้บริษัทประกันภัยติดต่อขายประกันอันเป็นการสร้างความเดือดร้อนรำคาญ หรือผู้เก็บข้อมูลอาจแบ่งปันข้อมูลให้กับกิจการหรือบริษัทที่เกี่ยวข้องกันโดยที่ผู้ใช้งานมิได้ยินยอม ในบางกรณีอาจมีผู้นำข้อมูลไปใช้ในลักษณะที่เป็นการสวมรอยเพื่อก่ออาชญากรรม การกระทำข้างต้นเป็นการล่วงละเมิดสิทธิและข้อมูลส่วนบุคคลที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญหรือความเสียหายให้แก่เจ้าของข้อมูล และด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยี การเก็บรวบรวม การใช้และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลทำได้โดยง่าย สะดวก และรวดเร็ว และเจ้าของข้อมูลไม่ทราบได้ว่ามีการใช้ข้อมูลของตนโดยมิชอบ เพื่อสร้างระบบการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้มีการตราพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ขึ้นโดยกฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้ทันที เว้นแต่บทบัญญัติในบางหมวด เช่น การรวบรวมข้อมูล การใช้ข้อมูล การเปิดเผยข้อมูล สิทธิการเข้าถึง การร้องเรียน การรับผิดทางแพ่ง และบทกำหนดโทษที่มีผลหลังจากวันประกาศใช้ร่างกฎหมายแล้ว 1 ปี

ถึงแม้ว่าจะมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 และพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 แล้ว แต่หน่วยงานของราชการและเอกชนบางแห่งยังคงไม่เข้าใจเนื้อหาของกฎหมายรวมทั้งผลที่ตามมา จึงควรจัดโครงการอบรมให้ความรู้ด้านกฎหมายไซเบอร์ขึ้นเพื่อให้ความรู้แก่ประชาชนผู้ที่สนใจเป็นการทั่วไป รวมทั้งผู้ประกอบการ นักกฎหมายและบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มีความเข้าใจถึงกฎหมายดังกล่าวและวางแผนการประกอบธุรกิจหรือการปฏิบัติงานให้ถูกต้องตามกฎหมาย

สมัครอบรม: shorturl.at/bhlo1

วิทยากร

  • ผู้ช่วยศาสตราจารย์สาวตรี สุขศรี อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • อาจารย์ชวิน อุ่นภัทร อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • อาจารย์ฐิติรัตน์ ทิพย์สัมฤทธิ์กุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ตัวอย่างหัวข้อการอบรม

  • รู้จักกับ data protection, data privacy และ cybercrime
  • พ.ร.บ. คอมฯ ใช้บังคับกับใคร
  • กรอบการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ. คอมฯ
  • หน้าที่ในการรับมือต่อการคุกคามตาม พ.ร.บ. ไซเบอร์
  • กรอบและการบังคับใช้ พ.ร.บ. ข้อมูลส่วนบุคคล
  • Consent และ contract ต่างกันอย่างไร
  • Legitimate interest ใช้ในกรณีใดบ้าง
  • ข้อมูลรั่วไหลต้องจัดการอย่างไร
  • DPO คืออะไร จำเป็นต้องมี DPO หรือไม่

ค่าธรรมเนียมการอบรม

  • ค่าธรรมเนียม 10,000 บาท
  • ผู้สมัครเข้าอบรมจากหน่วยงานราชการรัฐวิสาหกิจสามารถเบิกค่าธรรมเนียมจากหน่วยงาน ต้นสังกัดได้
  • หน่วยงานภาคเอกชน ถ้าส่งบุคลากรเข้าอบรมกับคณะนิติศาสตร์สามารถนำใบเสร็จรับเงินไป หักลดหย่อนภาษีเงินได้ได้ 2 เท่า (200%)

การชำระเงิน

  • โอนเงินเข้าบัญชี “คณะนิติศาสตร์ มธ. (โครงการอบรมหลักสูตร Cyber Law)” ธนาคารกรุงไทย เลขที่บัญชี 679-0-36163-4 สาขา ท่าพระจันทร์
  • เมื่อสมัครและชำระเงินแล้ว กรุณาส่งหลักฐานการชำระเงินมาที่ Line@ : @leteclawtu หรือโทรสาร 02 222 0160 หรือส่งทาง email : letec@tu.ac.th