
| 5อจ."มธ."ค้านคำวินิจฉัย"ตุลาการรธน." ชี้ใช้กม.ย้อนหลังไม่ได้-กระทบหลักนิติฯ รศ.ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ รศ.ประสิทธิ์ ปิวาวัฒนพานิช ดร.ฐาปนันท์ นิพิฏฐกุล นายปิยบุตร แสงกนกกุล และนายธีระ สุธีวรางกูร คณาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกันวิเคราะห์เกี่ยวกับคำวินิจฉัยในคดียุบพรรคของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน สรุปได้ว่า คณาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญ ที่การบังคับใช้กฎหมายย้อนหลังในทางที่เป็นผลร้ายกับบุคคล โดยให้เหตุผลว่าหลักการที่ห้ามใช้กฎหมายย้อนหลัง ใช้เฉพาะแต่โทษทางอาญาเท่านั้น ทั้งนี้ รศ.ดร.วรเจตน์และคณะได้วิเคราะห์และให้เหตุผลที่ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัย สรุปได้ว่า หลักกฎหมายเบื้องต้นกำหนดการบังคับใช้กฎหมายว่าเริ่มต้นมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ประกาศกฎหมายฉบับนั้น ดังนั้น ประกาศ คปค.ฉบับที่ 27 ที่ประกาศใช้เมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ.2549 และไม่มีข้อความกำหนดเกี่ยวกับเวลา จึงต้องถือว่าประกาศฉบับดังกล่าวมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน พ.ศ.2549 เป็นต้นไป นอกจากนี้ หลักการปกครองโดยนิติรัฐ รัฐต้องยอมอยู่ใต้หลักการห้ามมิให้ตราและใช้กฎหมายย้อนหลังในทางที่เป็นผลร้ายกับบุคคล เพื่อให้บุคคลที่อยู่ภายใต้กฎหมายวางใจและเชื่อมั่นในการใช้อำนาจของรัฐ ดังนั้น รัฐไม่อาจตรากฎหมายที่กำหนดโทษ แล้วนำมาใช้บังคับย้อนหลังได้ นายวรเจตน์และคณะระบุว่า ในนานาอารยประเทศ ใช้หลักการดังกล่าวอย่างเคร่งคัดและเข้มข้น ทั้งกับการกระทำที่เป็นโทษทางอาญา และการกระทำที่ไม่ใช่โทษทางอาญา เช่น คณะตุลาการรัฐธรรมนูญแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศสเคยมีคำวินิจฉัยลงวันที่ 30 ตุลาคม ค.ศ.1982 เกี่ยวกับกรณีโทษทางภาษีว่า หลักการไม่มีผลใช้บังคับย้อนหลังในทางที่เป็นผลร้ายต่อบุคคล มิได้ใช้บังคับเฉพาะกับกฎหมายที่บัญญัติกำหนดความผิดและโทษทางอาญาเท่านั้น หากต้องขยายไปใช้บังคับกับกฎหมายที่กำหนดความผิดและโทษทุกประเภท หรือศาลรัฐธรรมนูญของเยอรมนีก็ได้วินิจฉัยไว้ว่า การตรากฎหมายย้อนหลังไปใช้บังคับกับข้อเท็จจริงที่จบลงแล้วให้เป็นผลร้ายแก่บุคคลจะกระทำมิได้ "ในเมื่อสิทธิเลือกตั้งได้รับการยอมรับว่าเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมืองในประเทศเสรีประชาธิปไตย แม้การออกกฎหมายเพื่อเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของบุคคลจากเหตุทางกฎหมายในบางกรณีสามารถกระทำได้ แต่กฎหมายเช่นว่านี้จะมีผลบังคับใช้ได้ก็ต่อเมื่อเอาไปบังคับใช้กับข้อเท็จจริงที่จะเกิดขึ้นต่อไปในภายหน้าเท่านั้น จะนำไปใช้ย้อนหลังในทางที่เป็นผลร้ายกับบุคคลซึ่งได้กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ก่อนหน้าที่กฎหมายจะมีผลใช้บังคับ ย่อมไม่ได้" นายวรเจตน์และคณะระบุ นายวรเจตน์และคณะระบุต่อไปว่า การให้เหตุผลของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญเพียงว่า ประกาศของ คปค.ฉบับที่ 27 ข้อ 3 ย่อมสามารถนำมาใช้ย้อนหลังในทางที่เป็นผลร้ายกับผู้ถูกร้อง เพราะการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่ถือเป็นโทษทางอาญานั้น นอกจากจะไม่เป็นเหตุผลที่สามารถยอมรับได้แล้ว การวินิจฉัยในลักษณะดังกล่าวอาจกระทบกับการเรียนการสอนในทางนิติศาสตร์อย่างรุนแรง เป็นที่น่ากังวลอย่างยิ่งว่าแนวทางการวินิจฉัยนี้ อาจถูกนำไปใช้เป็นบรรทัดฐานต่อไปในการออกกฎหมายเพื่อจำกัดสิทธิและเสรีภาพของราษฎร คณาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดังมีรายนามตอนท้าย ขอแสดงความไม่เห็นพ้องด้วยอย่างยิ่งกับคำวินิจฉัยนี้ |