ข่าวสารและกิจกรรม

ประวัติศาสตราจารย์ ดร. สมคิด เลิศไพฑูรย์

ประวัติศาสตราจารย์ ดร. สมคิด เลิศไพฑูรย์

(กล่าวโดย รองศาสตราจารย์ ดร. สุปรียา แก้วละเอียด รองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในงาน “รัฐธรรมนูญ 60 : 60 ปี สมคิด เลิศไพฑูรย์” วันอังคารที่ 9 กรกฎาคม 2562)

ศาสตราจารย์ ดร. สมคิด เลิศไพฑูรย์ เกิดเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2502 ที่กรุงเทพมหานคร หลังจากสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ได้เข้าศึกษาในระดับชั้นปริญญาตรี ณ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในเดือนมิถุนายน ปี 2521 ในสมัยที่ท่านเป็นนักศึกษา ท่านได้ทำกิจกรรมในพรรคแสงธรรม องค์การนักศึกษา และสภานักศึกษาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่านจบการศึกษาในหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต เมื่อปี 2525 หลังจากจบการศึกษา อาจารย์สมคิดได้เข้าทำงานที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนเป็นระยะเวลาสั้น ๆ ต่อมาท่านได้สมัครสอบเป็นอาจารย์ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และได้บรรจุเป็นอาจารย์ประจำ เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ปี 2526 จากนั้นท่านก็สอบได้เป็นเนติบัณฑิตไทย เมื่อปี 2527

เนื่องจากศาสตราจารย์ ดร. สมคิด เลิศไพฑูรย์ เป็นผู้ที่มีความสนใจในกฎหมายมหาชน ในช่วงต้นของการปฏิบัติหน้าที่อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่านได้รับมอบหมายให้บรรยายในวิชานิติปรัชญา กฎหมายแรงงานและกฎหมายปกครอง ซึ่งท่านได้ทุ่มเทในการเตรียมสอนและให้เวลากับนักศึกษาเป็นอย่างดี นอกจากงานสอนแล้ว ในปี 2527-2528 ท่านยังได้มีส่วนช่วยในงานบริหารคณะนิติศาสตร์ในหลายๆ ด้านอีกด้วย เช่น ดูแลงานวารสารนิติศาสตร์ และเป็นผู้ช่วยคณบดี คณะนิติศาสตร์

ในปี 2528 อาจารย์สมคิดได้รับทุนจากรัฐบาลฝรั่งเศสไปศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกทางด้านกฎหมาย โดยท่านได้จบการศึกษาในระดับปริญญาโท สาขากฎหมายมหาชน ที่มหาวิทยาลัยปารีส 2 ในปี 2530 และจบการศึกษาในระดับปริญญาเอกทางกฎหมายในปี 2533 ที่มหาวิทยาลัยปารีส 2 เช่นเดียวกัน โดยดุษฎีนิพนธ์ของท่านเป็นเรื่องงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ด้วยความสนใจทางด้านการคลังท้องถิ่น ท่านจึงได้กลับไปยังประเทศฝรั่งเศสอีกครั้งหนึ่งเพื่อไปศึกษาในหลักสูตรประกาศนียบัตรว่าด้วยการปกครองท้องถิ่น ที่สถาบันระหว่างประเทศด้านการปกครอง ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในปี 2537 จึงทำให้ท่านเป็นผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญทางด้านกฎหมายปกครองท้องถิ่นเป็นอย่างดี ซึ่งทำให้ท่านได้มีโอกาสต่อยอดทางวิชาการทางด้านกฎหมายมหาชนและได้รับเชิญเป็นกรรมการในหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ ในเวลาต่อมา

หลังจากที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกและกลับมาปฏิบัติหน้าที่ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อาจารย์สมคิดได้รับมอบหมายให้บรรยายในวิชากฎหมายการคลังและภาษีอากร กฎหมายระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน กฎหมายปกครอง กฎหมายรัฐธรรมนูญ และกฎหมายว่าด้วยการปกครองท้องถิ่น ในฐานะของนักวิชาการ อาจารย์สมคิดได้เรียบเรียงตำราอยู่หลายเล่มด้วยกัน อาทิ ตุลาการรัฐธรรมนูญ การกระจายอำนาจตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 การปกครองท้องถิ่นประเทศฝรั่งเศส และคำอธิบายกฎหมายการคลัง นอกจากนี้ ท่านยังได้ศึกษา ค้นคว้าและทำวิจัยทางกฎหมายเป็นจำนวนมาก ที่สำคัญ เช่น งานวิจัยเรื่อง “งบพัฒนาจังหวัดของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร” เสนอต่อ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งนำไปสู่การยกเลิกงบพัฒนาจังหวัดและเป็นที่มาของการตราบทบัญญัติในการห้ามสมาชิกรัฐสภาในการมีส่วนในการใช้งบประมาณตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ปี 2540 เป็นต้นมาจนถึงรัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบัน วิจัยเรื่อง “การปรับปรุงแก้ไขและพัฒนากฎหมายเกี่ยวกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและกฎหมายที่เกี่ยวกับการกระจายอำนาจ” เสนอต่อสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี วิจัยเรื่อง “การประเมินผลสัมฤทธิ์ขององค์การมหาชน” เสนอต่อ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ งานวิจัยเรื่อง “รูปแบบและแนวทางการกำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรณีศึกษาเปรียบเทียบแนวทางของต่างประเทศ” เสนอต่อกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นต้น งานวิจัยที่ท่านทำขึ้นนี้ได้มีส่วนสำคัญในการพัฒนาองค์ความรู้ทางวิชาการ โดยเฉพาะด้านกฎหมายมหาชน และนำไปสู่การพัฒนากฎหมายของประเทศในหลาย ๆ เรื่อง ด้วยความโดดเด่นในงานวิชาการของอาจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ ท่านจึงได้รับรางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2553 สาขานิติศาสตร์ จากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ

นอกจากอาจารย์สมคิดจะเป็นนักวิชาการที่มีผลงานยอดเยี่ยมและเป็นที่ยอมรับในระดับชาติแล้ว ท่านยังเป็นนักบริหารมืออาชีพอีกด้วย แม้ว่าอาจารย์สมคิดจะมีบทบาทอย่างมากในหน่วยงานภายนอก แต่บทบาทที่สำคัญที่สุดของอาจารย์สมคิด คือ การพัฒนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่านเป็นผู้ที่มีคุณูปการต่อมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในฐานะของการเป็นผู้บริหารคณะนิติศาสตร์และผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่านดำรงตำแหน่งทางบริหารที่สำคัญหลายตำแหน่งด้วยกัน เช่น ตำแหน่งหัวหน้าภาควิชากฎหมายมหาชน รองคณบดีคณะนิติศาสตร์ ประธานสภาอาจารย์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์คนแรก รองอธิการบดีฝ่ายการคลังและทรัพย์สิน รองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคลและกฎหมาย ที่สำคัญที่สุด คือ ท่านดำรงตำแหน่งคณบดีคณะนิติศาสตร์ คนที่ 18 ระหว่างปี 2550-2553 และดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คนที่ 16 ถึง 2 วาระ ตั้งแต่ปี 2553-2560

โดยในขณะที่ท่านดำรงตำแหน่งคณบดีคณะนิติศาสตร์ ท่านได้นำสโลแกน “The First and The Best” กล่าวคือ เป็นคณะนิติศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดและดีที่สุดของประเทศ มาใช้ในการพัฒนาคณะนิติศาสตร์ ท่านได้จัดทำหนังสือวิชาการประเภทต่าง ๆ ในนามคณะนิติศาสตร์อยู่หลายเล่ม สามารถผลักดันให้คณะนิติศาสตร์ไปเปิดการเรียนการสอนในภาคปกติที่ศูนย์ลำปางได้สำเร็จ อีกทั้งเป็นผู้ริเริ่มการจัดทำหลักสูตรนานาชาติของคณะนิติศาสตร์ โดยเปิดหลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต สาขากฎหมายธุรกิจ (ภาคภาษาอังกฤษ)ท่านเล็งเห็นถึงความจำเป็นในการเตรียมความพร้อมเพื่อผลิตนักกฎหมายเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันด้านวิชาชีพกับนักกฎหมายต่างชาติและพัฒนาการเรียนการสอนกฎหมายให้ไปสู่มาตรฐานสากล ท่านมีแนวคิดในการเปิดหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต ภาคภาษาอังกฤษ ซึ่งแนวคิดดังกล่าวได้รับการสานต่อโดยผู้บริหารของคณะคนต่อ ๆ ไป ทำให้คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดสอนหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต (ภาคภาษาอังกฤษ) เป็นแห่งแรกของประเทศไทยเมื่อปี 2556

ต่อมา เมื่อศาสตราจารย์ ดร. สมคิด เลิศไพฑูรย์ ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้น ท่านได้นำนโยบาย “3+1” กล่าวคือ การเป็นผู้นำด้านการวิจัย การพัฒนามหาวิทยาลัยให้ก้าวไกลสู่สากล การเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อประชาชน และการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพและเป็นผู้นำแห่งการเรียนรู้มาใช้ในการบริหารมหาวิทยาลัย ในยุคของ “อธิการบดีสมคิด” มีการขยายขอบเขตทางวิชาการของมหาวิทยาลัยให้ครอบคลุมถึงศาสตร์ต่าง ๆ ที่จำเป็นในยุคสมัยใหม่ เช่น การเปิดคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ การเปิดวิทยาลัยโลกคดีศึกษา เปิดหลักสูตรแพทย์นานาชาติจุฬาภรณ์ และที่สำคัญคือ การสามารถนำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เปลี่ยนสถานะจากมหาวิทยาลัยของรัฐที่เป็นส่วนราชการเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐในปี พ.ศ. 2558

นอกจากงานสอนและงานบริหารในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แล้ว อาจารย์สมคิดยังได้มีบทบาทในการพัฒนากฎหมายของประเทศในเรื่องต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก ในฐานะเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในหน่วยงานของรัฐ เช่น กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรรมการกฤษฎีกา เป็นต้น และท่านยังเป็นที่ปรึกษาให้กับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจและหน่วยงานของรัฐอื่น ๆ เช่น ที่ปรึกษาของสำนักงานศาลปกครอง

ผู้ทรงคุณวุฒิประจำตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ ท่านยังเป็นภาคีสมาชิกราชบัณฑิตยสถาน สำนักธรรมศาสตร์และการเมืองอีกด้วย ผลงานที่สำคัญของท่านที่เป็นตำนานทางกฎหมายและการเมืองการปกครองของประเทศไทยที่เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดี คือ ท่านเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ และผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 2540 ท่านมีส่วนสำคัญในการยกร่างหมวดว่าการปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นการวางรากฐานเรื่องการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นไว้ในรัฐธรรมนูญของประเทศไทย ต่อมา ท่านยังเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญและเลขานุการคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 2550 และมีบทบาทที่สำคัญในการเมืองและกฎหมายในฐานะของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อปี 2557 ถึงต้นปี 2562 นี้

เส้นทางชีวิตตลอด 60 ปีของศาสตราจารย์ ดร. สมคิด เลิศไพฑูรย์ ได้ผ่านเหตุการณ์ต่าง ๆ มามากมาย ท่านได้สั่งสมความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ ประกอบคุณงามความดีและสร้างคุณูปการให้กับองค์กรที่ท่านอยู่ ให้กับประเทศที่ท่านเกิด ให้กับผู้คนและประชาชนที่ท่านรัก

ท่านจึงเป็น “คนธรรมศาสตร์” อย่างแท้จริง เป็น “โดมในดวงใจ” ของชาวธรรมศาสตร์ และเป็นตัวอย่างให้อนุชนรุ่นหลังได้ตระหนักถึงการใช้ชีวิตที่ไม่ได้เป็นไปเพียงเพื่อตัวเอง แต่เพื่อผู้อื่น เพื่อประโยชน์ส่วนรวม ดังที่ศาสตราจารย์ ดร. สมคิด เลิศไพฑูรย์ได้ทำมาตลอดเส้นทางชีวิต 60 ปีของท่าน