ข่าวสารและกิจกรรม

[Legal Practice Workshop] ประสบการณ์ฝึกงานภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2562 ของนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ที่ฝึกงานผ่านศูนย์นิติศาสตร์ ณ กองคดีอาญา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ประสบการณ์ฝึกงานภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2562 ของนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ที่ฝึกงานผ่านศูนย์นิติศาสตร์ ณ กองคดีอาญา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ถ่ายทอดประสบการณ์โดยนางสาวพันธิตรา สุขวิสิฏฐ์ (ขวาในภาพ) และนายอนุรักษ์ ราคา (ที่สองจากซ้าย) นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรียบเรียงโดย ผศ.ดร.กรศุทธิ์

สถานที่ฝึกงาน : กองคดีอาญา

ระยะเวลาฝึกงาน : 1 มิถุนายน – 31 กรกฎาคม 2563

จำนวนนักศึกษาฝึกงาน : นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จำนวน 10 คน

พันธิตรา สุขวิสิฏฐ์

รายละเอียดเกี่ยวกับการฝึกงาน :

ในกองคดีอาญาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะมีหน้าที่หลัก คือ พิจารณาสำนวนคดีอาญาที่อัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 145/1 ซึ่งภายในกองคดีอาญา แบ่งเป็น 7 กลุ่มงาน คือ  ฝ่ายอำนวยการ (ฝอ.) กลุ่มตรวจสอบสำนวน (กตส.) 1-4 กลุ่มตรวจสอบสำนวนเชี่ยวชาญ (กชช.) กลุ่มอุทธรณ์และฎีกา ซึ่งในแต่ละกลุ่มตรวจสอบสำนวนแบ่งหน้าที่ตามเขตท้องที่ของสถานีตำรวจนครบาล หรือ กองอัยการ ซึ่งนักศึกษาทุกคนจะแยกไปอยู่ในกลุ่มตรวจสอบสำนวน 1- 4 และกลุ่มตรวจสอบสำวนวเชี่ยวชาญ โดยกลุ่มละ 2 คน โดยนักศึกษาจะได้รับมอบหมายในการอ่านสำนวนคดีอาญาที่อัยการไม่สั่งฟ้อง ตาม ปวิอาญา โดยที่พี่ตำรวจที่กองจะให้เราทำความคิดเห็นว่า เห็นด้วยกับอัยการไหมที่ไม่สั่งฟ้อง หรือ เราแย้งคำสั่งของอัยการที่ไม่สั่งฟ้องหรือไม่ และ เขาจะให้เราแสดงความคิดเห็นโดยในความรู้อาญาที่เราเรียนมาประกอบด้วย ในบางสำนวนจะมีความรู้ที่เกี่ยวข้องกับทางแพ่งและพาณิชย์ด้วยทำให้เราต้องรู้ข้อมูลทั้งกฎหมายแพ่งและกฎหมายอาญาด้วย อีกทั้งในการตรวจสำนวนให้ความเห็นนั้น ในสำนวนเราจะได้เห็นตั้งแต่ แจ้งความ หมายเรียก หมายจับ พยานวัตถุ การให้ปากคำพยาน หรือเอกสารประกอบต่าง ๆ เช่น สัญญานายจ้างลูกจ้างในคดีลักทรัพย์นายจ้างเป็นต้น อีกทั้งเราจะเห็นว่าพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบพยานอย่างไร มีการรวบรวมพยานอย่างไร รวมทั้ง ตัวผู้ต้องหาและตัวผู้กล่าวหานั้นมีการอ้างเหตุต่อสู้กันอย่างไร ซึ่งเมื่อเราได้ทำพิจารณาทำความเห็นเสร็จแล้ว พี่ๆที่เป็นเจ้าของสำนวนนั้นก็จะมาคุยและถามคำถามเรา และ บางครั้งก็จะยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นว่าถ้าเป็นเหตุการณ์แบบนี้จะเป็นอย่างไร หรือ ลองให้คิดในอีกมุมหนึ่งว่าถ้าเรามองในมุมแบบนี้เราจะสามารถแย้งความเห็นได้หรือไม่ ก็จะมีการให้ความเห็นที่ผิดหรือการคิดที่ข้ามขั้นพี่ๆก็แนะนำให้เราระวังมากขึ้น แต่อย่างไรก็ดี สุดท้ายพี่เจ้าของสำนวนก็จะนำความเห็นของเราไปตรวจสอบและเรียบเรียงถูกต้องเพื่อนำส่งให้ส่วนอื่นพิจารณาต่อไป

นอกจากนี้ในกลุ่มตรวจสอบคดีอาญานั้นจะมีลักษณะงานเฉพาะที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งเราก็จะได้ทำงานในการหาข้อมูลเรื่องตรงนั้นไปด้วย เช่น เรื่องสิทธิมนุษยชน เรื่องระเบียบและข้อบังคับ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ความมั่นคง เป็นต้น อีกทั้งเราได้ลองทำเอกสารธุรการในบางส่วน ซึ่งได้เรียนรู้วิธีการเขียนเอกสารในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การเรียนเชิญประชุม การขอข้อมูลจากหน่วยงานอื่น ๆ หรือภายในองค์กรตำรวจเอง การประมวลข้อมูลที่ได้รับมา หรือประสานงานกับหน่วยต่าง ๆ อีกทั้งมีโอกาสที่ได้เข้าไปร่วมฟังประชุมต่าง ๆ ในการทำโครงการที่เกี่ยวของสำนักงานตำรวจแห่งชาติกับหน่วยงานอื่นด้วย

การทำงานทุกอย่างเนื่องตำรวจเป็นสายบังคับบัญชาจะมีระเบียบเป็นขั้นเป็นตอน เมื่อทำงานเสร็จจะต้องมีคนตรวจสอบงานที่ทำไปโดยผู้ที่ตรวจก็จะตำแหน่งยศที่สูงขึ้นไป และ ผู้บัญชาการที่สูงตรวจสอบและได้ทำความเห็นก็กลับมาที่กลุ่มตรวจสอบคดีและส่งคืนให้กับอัยการต่อไป โดยที่นี่จะให้ความสำคัญกับตำแหน่งหากมีตำแหน่งสูงเราต้องรับฟังและไปปฏิบัติด้วย

สวัสดิการ :

ที่กองคดีอาญาจะเลี้ยงอาหารและขนม น้ำ ให้แก่นักศึกษาฝึกงานดีมาก โดยที่พี่ ๆ จะเลี้ยงในแต่ละวันไม่ค่อยซ้ำกัน หรือบางที่ก็จะพาไปรับประทาทนอาหารข้างนอกด้วย และ ในทุกวันพฤหัสของทุกสัปดาห์จะมีอาหารเช้าให้รับประทานกัน นักศึกษาฝึกงานก็จะได้มารวมตัวกันคุยกัน รวมทั้งได้คุยกับพี่ที่อยู่กลุ่มตรวจสอบอื่น ๆ ด้วย อีกทั้งมีตู้ปันสุขให้นักศึกษาหรือพี่คนอื่น ๆ สามารถมาหยิบอาหารแห้งหรือขนมไปได้ด้วย

ปัญหาและอุปสรรคในการฝึกงาน :

เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด ทำให้ไม่สามารถออกไปดูงานในที่อื่น ๆ ได้ เช่น ตามสถานีตำรวจต่าง ๆ หรือ ตามไปที่ศาลด้วย

สิ่งได้รับจากการฝึกงาน :

1. ทำให้เข้าใจในตัวเนื้อหากฎหมายอาญาและกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าต้องมีองค์ประกอบอย่างไร ทำให้ต้องรู้กฎหมายอย่างชัดเจน ต้องรู้จักสังเกตจากพยานหลักฐานต่าง ๆ เจตนาต่าง ๆ  ตั้งเป็นประเด็นที่นำไปสู่การทำความเห็นแย้งได้เพื่อสร้างความยุติธรรมให้แก่ผู้เสียหายด้วย เราได้ศึกษาและเห็นตัวอย่างการทำความเห็นแย้งบางส่วนที่ได้แย้งความเห็นของอัยการที่ไม่สั่งฟ้องด้วย รวมทั้งได้พูดคุยกับพี่ ๆ ตำรวจที่มีความเชียวชาญในเรื่อง ๆ ต่าง เช่น การทำความเห็นแย้ง หรือการทำคดีที่เป็นเรื่องเฉพาะต่าง ๆ เป็นต้น ทำให้รับประสบการณ์ ความรู้ มุมมอง และ เปิดโลกของเราอีกมาก อีกทั้งได้ศึกษาในกฎหมายเฉพาะอื่นที่ไม่ได้ศึกษากันในห้องเรียนที่เป็นพระราชบัญญัติต่าง ๆ เช่น พระราชบัญญัติฟอกเงิน พระราชบัญญัติอาหาร พระราชบัญญัติป่าไม้ชุมชน หรือ จะได้รับการแปลเอกสารที่เป็นภาษาอังกฤษในบางส่วนด้วย

2. ได้ทดลองทำงานธุรการที่เป็นงานที่ต้องละเอียดและรอบคอบ และ รูปแบบของการเขียนจะมีลักษณะที่เฉพาะซึ่งต้องทำตามแบบระเบียบนั้นด้วย และการส่งงานต่าง ๆ นั้นจะมีขั้นตอนซึ่งต้องทำตามระเบียบที่กำหนดไว้

3. ได้มีโอกาสทำงานเป็นทีมซึ่งตามที่กล่าวไปว่า ในแต่ละกลุ่มงานจะแบ่งนักศึกษาไปประจำกลุ่มงาน 2 คน เราก็ได้ทำงานร่วมกับเพื่อนอีกคนโดยได้มีการแลกเปลี่ยนความเห็นต่าง ๆ บาง และ ในเกือบทุกสัปดาห์จะมีการเรียกประชุมนักศึกษาทุกคน เพื่อมอบหมายงานที่เป็นเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนั้นมาให้นักศึกษาพิจารณาว่าเกี่ยวข้องกับกฎหมายอย่างไรบ้าง ทำให้นักศึกษาได้พูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ทำเป็นสรุปงานส่งต่อไป

4. การรู้เรียนในการเตรียมการต่าง ๆ เช่นการจัดประชุม การจัดเตรียมเอกสาร การวางตัวในการตอนรับแขกจากที่ต่าง ๆ รวมทั้งผู้บัญชาการที่สูง ๆ เราก็ต้องรู้จักในการวางตัวต่าง ๆ รวมทั้งได้เรียนรู้ในการการติดต่อกับสถานที่ราชการต่างหรือเป็นการรับสายโทรศัพท์จากหน่วยงานอื่นทำให้เราได้เรียนรู้การสื่อการกับหน่วยงานอื่น ๆ อีกด้วย

5. การเรียนรู้ที่จะทำงานรวมกับคนอื่น เนื่องจากการทำงานเราต้องพบเจอกันเพื่อนร่วมงานที่มากมายเราต้องรู้จักที่จะเรียนรู้ในการที่จะอยู่รวมกันได้ อีกทั้งรับฟังคำแนะนำจากคนอื่นและนำเอาไปปรับปรุงตัวเองต่อไป

อนุรักษ์ ราคา

รายละเอียดเกี่ยวกับการฝึกงาน :

กองคดีอาญา มีหน้าที่หลัก คือ พิจารณาสำนวนคดีที่อัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 145/1 ซึ่งภายในกองคดีอาญา แบ่งเป็น 7 กลุ่มงาน คือ

– ฝ่ายอำนวยการ (ฝอ.)

– กล่มตรวจสอบสำนวน (กตส.) 1-4

– กลุ่มตรวจสอบสำนวนเชี่ยวชาญ (กชช.)

– กลุ่มอุทธรณ์และฎีกา

แบ่งหน้าที่ตามเขตท้องที่ของสถานีตำรวจนครบาล หรือ กองอัยการ

วันแรกไปถึงนักศึกษาฝึกงานไปนั่งรอในห้องประชุม สักพักผู้บังคับการกองคดีอาญา (ผู้การฯ) เข้ามาต้อนรับ แนะนำเกี่ยวกับการทำงานต่าง ๆ ของกองคดีฯ จากนั้นก็แบ่งกลุ่ม ๆ ละ 2 คนไปตามกลุ่มต่าง ๆ ซึ่งผมไปอยู่ที่ กตส.1

ระยะเวลา 2 เดือน แม้จะเป็นระยะเวลาน้อยที่น้อยไปหน่อยสำหรับการฝึกงาน แต่มันก็เป็นช่วงเวลาที่คุ้มมาก ๆ ในชีวิตช่วงหนึ่งของผมเลย เริ่มฝึกงานวันแรกพี่ ๆ ใน กตส.1 (ต่อไปของเรียกว่า “กอง”) ก็เอาสำนวนมาให้อ่านเลยคนละสำนวน หลังจากอ่านแล้วก็ถามความเห็นผมว่า “คิดยังไงกับความเห็นของอัยการ” “คิดยังไงกับความเห็นของพนักงานสอบสวน (พงส.)” แล้วเราอะมีความเห็นยังไง เป็นการถามตอบแบบปากเปล่า พอผ่านไป 2-3 วัน คราวนี้ล่ะ “อะ สำนวน ลองอ่านแล้วทำความเห็นมา ตัวอย่างอยู่ในคอมฯ มีอะไรสงสัยตรงไหนถาม เสร็จแล้วปริ้นมาให้พี่ตรวจ”

ในเดือนแรกสำนวนเข้ามาเยอะมาก ๆ แล้วพี่ที่กองบางส่วนไปอบรม พงส. ทำให้การฝึกงานเดือนเเรกนั้น หฤโหดสุด ๆ บางวันเลิกงานเกือบ 17.00 น. (เวลาทำงานคือเวลาราชการ 08.30 – 16.30 น. บางวันก็เลิกเร็วหน่อย) บางวันนั่งทำสำนวนทั้งวัน บางวันเช้าทำสำนวนตอนบ่ายมีเลคเชอร์ 😁 ได้เรียนทั้ง พ.ร.บ.ตำรวจฯ, กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการเป็นกองบังคับการหรือส่วนราชการอย่างอื่นในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 2552, วิธีการโอนสำนวน, การตรวจสำนวนคดีวิสามัญฆาตกรรม และบางวันมีให้การบ้านเป็นข้อสอบตุ๊กตาไปทำด้วย พอได้จับสำนวน ได้ทำสำนวน ทำให้ได้รู้จักได้อ่าน พ.ร.บ. ที่ไม่คิดว่าจะได้อ่าน เช่น พ.ร.บ.คอมฯ, พ.ร.บ.ฟอกเงิน ,พ.ร.บ.แชร์, พ.ร.บ.วิ.ปฏิบัติทางปกครอง, พ.ร.บ.ป.ป.ช. เป็นต้น

นอกจากงานสำนวนแล้ว ยังมีการทำงานด้านธุรการไม่ว่าจะเป็น หนังสือภายใน หนังสือภายนอก เช่น รายงานความคืบหน้าสำนวนคดี ,ส่งสำนวนให้อัยการ ,ส่งสำนวนคดีวิสามัญ ฯลฯ ทำจนระเบียบสารบัญขึ้นสมอง 😁 และยังมีสมุดคุมสำนวน การลงเลขรับ-ส่งหนังสือ ซึ่งเป็นงานที่ถ้าไม่ได้ทำเป็นประจำจะมึน ๆ งง ๆ จำไว้การทำหนังสืออะไรก็ตามต้องมี “คู่ฉบับ” เก็บไว้ที่ตัวเสมอ เพื่อความปลอดภัย

พอเข้าเดือนที่สอง งานสำนวนเบาลง ส่วนหนึ่งเพราะพี่ในกองกลับมากันครบแล้ว แต่ก็ยังไม่วาย มีเรื่องวุ่น ๆ อีกนั่นคือ สำนวนคดีจาก ป.ป.ช. ที่ส่งมาให้ทางตำรวจพิจารณา จนผมคิดว่าถ้าจะส่งมาเยอะขนาดนี้ เราจะมีองค์กร ป.ป.ช. ไปทำไมกัน ทั้งหมดที่กล่าวมาก็เป็นหน้าที่ และงานที่ได้ลงมือทำจริง ๆ

สิ่งที่ได้รับจากการฝึกงาน :

ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมาตอกย้ำให้รู้ว่า ชีวิตในวัยเรียน กับ ชีวิตในวัยทำงานแตกต่างกัน ชีวิตวัยทำงาน งานที่ทำมันไม่ได้ทำให้เหนื่อยขนาดนั้น แต่เหนื่อยกับคนร่วมงาน ยังไม่อยากจะคิดเลยถ้าไปทำงานจริง ๆ จะปรับตัวได้ไหมที่จะต้องไปเจอคนร้อยแปดพันเก้า

ด้วยความที่ตำรวจมีสายการบังคับบัญชา ปกติโดยหลักนิติกรจะมีอิสระในการทำความเห็นทางคดี ซึ่งหากเบื้องบนไม่เห็นด้วย เขาก็จะต้องทำความเห็นของเขาเองจะบังคับนิติกรไม่ได้ แต่ในความเป็นจริงนั้น มันมีการแทรกแซงอยู่จริง …

“เงิน” โดนอะไรก็อ่อนไปหมด โดนเหล็กเหล็กยังอ่อน โดนหินหินยังสลาย อย่างไรก็ตามไม่ใช่ว่าทุกคนจะเป็นแบบนั้น เพียงแต่คนตรง คนซื่อสัตย์ในหน้าที่ คนทำงาน คนเก่ง ๆ ที่อยู่ในระบบราชการมักไม่โตในหน้าที่การงาน เมื่อเทียบกับคนลิ้นยาว คนเปลี่ยนสีสู้คนพวกนั้นแทบไม่ได้ แต่มันก็ขึ้นกับตัวเราว่าจะรักษาอุดมการณ์ของตัวเองไว้ได้ไหม หรือจะปล่อยให้ระบบมันกลืนกินเราไปจนหมดซึ่งความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ในระบบเบี้ยว ๆ แบบนี้ หากตรงเกินไป ไม่เลี้ยวบ้างเลยชีวิตก็อยู่ไม่ได้ จนเป็นเหตุให้ต้องอยู่เป็นโดยที่ไม่เต็มใจ สุดท้ายแล้วมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับใครเลย อยู่ที่เราล้วน ๆ ว่าจะอ่อนข้อให้กับมันไปตลอด หรือจะแข็งขันทัดทานมันกลับไป

ส่วนการเป็นนายคน ก็ควรจะต่อสู้เพื่อลูกน้องหากลูกน้องทำในสิ่งที่ถูกต้อง ปกป้องลูกน้อง มีเหตุและผลอยู่บนพื้นฐานของความยุติธรรม สิ่งที่ลูกน้องควรจะได้รับตามปกติธรรมดา ก็ไม่ควรเอามาทำให้ลูกน้องคิดว่านั่นคือ บุญคุณ จากเจ้านาย และความคิดที่ว่า “กูเกลียดขี้หน้าคนนี้ กูไม่ให้ขั้นหรอก” “คนนี้ใช้งานง่าย ให้ขั้นบ่อย ๆ หน่อย” ความคิดแบบนี้ยิ่งไม่ควรมีสำหรับคนเป็นนายคนหรือผู้บังคับบัญชา อคติในใจต้องไม่มี เพราะมันบั่นทอนกำลังใจคนทำงาน

อีกเรื่องที่ไม่เข้าใจมาก ๆ คือ การบังคับให้ทำความเคารพ เกิดคำถามในหัวว่า ทำไมถึงไม่ทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเห็นว่า คุณคือคนที่สมควรจะยกมือไหว้ได้อย่างสนิทใจจริง ๆ การกระทำให้เห็นมันดีกว่าการบังคับนะ

ที่เล่ามาเป็นบางส่วนเท่านั้น ผมรู้สึกโชคดีที่อย่างน้อย ๆ พี่ ๆ ใน กตส.1 ทุกคนต่างเต็มใจที่จะสอนงาน ถ่ายทอดความรู้อย่างเต็มที่ ตลอดถึงสอนทักษะต่างๆการดำเนินชีวิต ทำให้ผมมองโลกได้กว้างขึ้น ลึกขึ้น แม้บางเรื่องพยายามที่จะเข้าใจมันแต่ไม่เข้าใจก็ตาม

ในสังคมไม่มีอะไรขาว อะไรดำ ทุกอย่างมันเทา ๆ ตัวเราเองก็ไม่ได้ดีไปซะทุกเรื่อง ล้วนขึ้นอยู่กับใจเราล้วน ๆ การควบคุมใจตัวเราเองเป็นสิ่งที่ยากที่สุดแล้ว

ประโยคที่สารวัตรพูดกับผมในวันสุดท้าย “จำไว้ ทำกฎหมายให้เป็นดั่ง ดิน น้ำ ลม ไฟ ” แล้วทุกอย่างจะดีเอง เพราะมันไม่เคยเลือกหรือแบ่งแยกว่า นั่นเป็นคนรวย เป็นคนจน เป็นเจ้า หรือเป็นไพร่ ตอนตาย ไฟ ไม่เคยแยกว่าคนรวยจะไฟแรงหน่อยถึงไหม้ คนจนใช้ไฟเบาหน่อยก็ไหม้ หรือลมเวลาพัดมันก็ไม่ได้เลือกว่าเจอคนรวยพัดแรง ๆ เจอคนจนพัดเบา ๆ บังคับใช้กฎหมายให้เท่าเทียมกัน แล้วสังคมจะเกิดความยุติธรรม เพราะชนชั้นวรรณะเป็นเพียงสิ่งสมมติที่คนเราสร้างขึ้นมา

ขอปิดท้ายด้วยเรื่องกิน 😁 ของกินเยอะมาก ๆ มีทั้งโรงอาหารพัดลม โรงอาหารติดแอร์ เซเว่น แถมยังมีตลาดนัด (วันอังคาร กับ วันศุกร์) บริเวณโรงพยาบาลตำรวจอีก ราคาไม่แพง ข้าว ตกจานละ 30-35 บาท ผลไม้กล่องละ 20 บาท และที่กองก็ยังเลี้ยงข้าวกลางวัน

One thought on “[Legal Practice Workshop] ประสบการณ์ฝึกงานภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2562 ของนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ที่ฝึกงานผ่านศูนย์นิติศาสตร์ ณ กองคดีอาญา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

Comments are closed.